SET Opportunity Day 4Q21

1. เป้าหมายรายได้ปี 2565 เติบโตเท่าไหร่จากปี 2564 และผลการดำเนินงานในช่วง Q1/65 มีทิศทางอย่างไรบ้าง

รายได้ของ OR ส่วนใหญ่ (90%) มาจากธุรกิจ Mobility ซึ่งแปรตามระดับราคาน้ำมันและปริมาณขายน้ำมัน ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นก็คาดว่าระดับราคาน้ำมันเฉลี่ยในปี 2565 จะสูงกว่าปี 2564 ในส่วนปริมาณการขายเติบโตตาม GDP ของประเทศ สำหรับผลการดำเนินงาน ไตรมาส 1/65 ปัจจุบันยังเห็นภาพไม่ชัด คงต้องรอการรวบรวมข้อมูลอีกระยะ


2. งบลงทุนปี 2565 เป็นเท่าไหร่และนำไปใช้อย่างไร

งบลงทุนปี 2565 - 2569 ทั้งสิ้นประมาณ 93,500 ล้านบาท (เฉพาะปี 2565 ประมาณ 26,900 ล้านบาท) โดยแผนการลงทุนแบ่งตามธุรกิจดังนี้

Mobility: ส่วนใหญ่เป็นการขยาย PTT station และมุ่งลงทุนในพลังงานสะอาด ทั้ง EV Charging station ทั้งในและนอก PTT station รวมทั้ง Solar rooftop

Lifestyle : ส่วนใหญ่เป็นการขยายร้าน cafe amazon และ F&B Brand อื่น และหาโอกาสในการร่วมลงทุน

Global : ส่วนใหญ่เป็นการขยาย Ptt station และ ร้าน cafe amazon ในต่างประเทศ รวมถึงหาโอกาสทางธุรกิจ ผ่าน Partner ในต่างประเทศ เพื่อการร่วมลงทุน

OR Innovation : ลงทุนผ่าน Venture capital และ ORZON ในการหาโอกาสทางธุรกิจเพื่อต่อยอดธุรกิจเดิมที่ทำอยู่ รวมถีงหาธุรกิจใหม่ (new S curve)

Other: การลงทุนใน Infrastucture ต่างๆ เช่น ระบบ IT เป็นต้น


3. คาดการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมีผลกระทบทั้งทางบวกและลบต่อ OR อย่างไร

OR ดำเนินธุรกิจ Mobility ซึ่งมี business Model แบบ Cost Plus และมีกำไรขั้นต้นค่อนข้างคงที่ในช่วง 0.70 - 1.30 บาทต่อลิตร ดังนั้นการที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นหรือต่ำลง อาจจะส่งผลกระทบต่อ OR ไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม OR มีนโยบายบริหารความเสี่ยงในเรื่องของราคาน้ำมัน เพื่อลดผลกระทบในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน


4. แผนการขยายสถานีชาร์จรถไฟฟ้าปี 2565

ในปี 2565 OR มีแผนขยายสถานีชาร์จรถไฟฟ้าเพิ่มอีก 350 สถานี โดยแบ่งออกเป็น ในสถานีบริการ 200 สถานี และนอกสถานีบริการ 150 สถานี


5. ผลกระทบจากมาตราการของภาครัฐส่งผลอย่างไรต่อ OR

OR ได้ช่วยบรรเทาภาระภาคประชาชนจากภาวะกดดันจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ทำให้มีการชะลอการปรับราคาขายน้ำมันดีเซลหน้าสถานีบริการในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ Marketing Margin ของ OR อาจจะอ่อนตัวไปเล็กน้อย


6. ราคาเมล็ดกาแฟมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ และกระทบต้นทุนธุรกิจ Café Amazon อย่างไร ทางบริษัทมี supply เมล็ดกาแฟเพื่อรองรับการขยายสาขา Cafe Amazon ได้อีกมากน้อยแค่ไหน

"เนื่องจากการจัดหาเมล็ดกาแฟของ OR มาจาก Local 100% จึงไม่ได้อ้างอิงราคาตลาดโลก และเป็นการประมูลซึ่งมีการทำสัญญาล่วงหน้าไว้แล้ว ดังนั้นการที่ราคาเมล็ดกาแฟปรับตัวสูงขึ้น ก็มีผลทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ปัจจุบัน OR ยังสามารถรักษาระดับ EBITDA margin ให้ยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ ทั้งนี้ก็ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สำหรับปริมาณการใช้เมล็ดกาแฟ ของ cafe amazon ตามที่คาดการณ์ไว้จะสอดคล้องกับปริมาณผลผลิตในประเทศ และปัจจุบัน OR ก็ได้หาแนวทางเพิ่มปริมาณเมล็ดกาแฟ อาทิ ร่วมกับมูลนืธิโครงการหลวง ในการให้ความรู้ และพัฒนาระบบการปลูกกาแฟคุณภาพ ให้มีมาตรฐาน พัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมถึงการขยายพื้นที่ปลูกกาแฟ ควบคู่ไปกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับแหล่งต้นน้ำของประเทศอย่างต่อเนื่อง"


7. ใน presentation คาดการณ์ราคาน้ำมันปี 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 78.6 USD/BBL จากสถานการณ์สงครามยูเครน-รัสเซีย ทางบริษัทมีการประเมินราคาน้ำมันตลาดโลกใหม่หรือไม่ และกระทบทิศทางธุรกิจอย่างไร

มีการคาดการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยประมาณการราคาน้ำมันในปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 107 USD/BBL โดยธุรกิจของ OR เป็น business model รูปแบบ Cost Plus ดังนั้น OR จะได้รับผลกระทบจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันไม่มากนัก อย่างไรก็ตามการที่รัฐบาลมีการขอความร่วมมือในการพยุงราคาน้ำมันขายปลีกหน้าสถานีบริการ จะส่งผลให้ Marketing Margin ที่จะอ่อนตัวลงเล็กน้อย นอกจากนี้การที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลต่อธุรกิจ Lifestyle ด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อและกำลังซื้อของผู้บริโภคอาจมีการปรับตัวลดลง


8. ค่าเฉลี่ยจำนวนยอดขายต่อสาขา ของ Café Amazon อยู่ที่เท่าไหร่

Average sale per day per store ปี 2564 อยู่ที่ 15,158 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 9.8% จากปี 2563 ที่ 13,803 บาท


9. ทางบริษัทมีการวางแผนจัดการกับ Marketing Margin ในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างไร

OR ดำเนินธุรกิจ Mobility ใน Business model แบบ Cost Plus ดังนั้น Marketing Margin ของ OR จะได้รับผลกระทบจากการปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลงของราคาน้ำมันไม่มากนัก โดยเฉลี่ย Marketing Margin ของ OR จะอยู่ที่ 1 บาท ต่อลิตร หรือปรับเพิ่มขึ้นลดลงจากนี้เพียงเล็กน้อย


SET Opportunity Day 3Q21

1. จุดยืนและทิศทาง EV ในอนาคตของ OR เป็นอย่างไร

OR ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น technology ความสำคัญของพลังงานสะอาด ทั้งนี้ OR ซึ่งเป็นบริษัท Flagship ในกลุ่ม ปตท. นั้นจะมีบทบาทเป็น Marketing Arm ใน EV Ecosystem ให้กับกลุ่ม ปตท. โดย OR มีการเตรียมการรองรับการเปลี่ยนผ่านธุรกิจจาก Oil to EV เป็นอย่างดีซึ่งมีการศึกษาถึงแนวโน้มธุรกิจของ EV พร้อมกับศึกษานโยบายภาครัฐ โดยในปัจจุบัน OR มีการติดตั้ง EV Charger ในสถานีแล้ว 31 สถานี ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2564 และ จะขยายเป็น 97 สถานี ณ สิ้นปี 2564 และ 300 สถานี ภายในปี 2565 ตามลำดับ OR พัฒนา EV Application ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค อาทิ การค้นหา EV Charging Station ในบริเวณที่ใกล้กับตำแหน่งของลูกค้า การจองเวลาเข้ารับริการ ตรวจสอบสถานะการ charge การ payment ที่หลากหลาย เป็นต้น

นอกเหนือจากการบริการ EV Charging ในสถานีบริการน้ำมัน ptt station OR ยังติดตั้ง EV Charger นอกสถานีบริการ ควบคู่ไปกับ ธุรกิจบริการดูแลรถยนต์ FIT Auto ซึ่งในอนาคตจะมีบริการซ่อมบำรุงรถยนต์ EV ด้วย

ทั้งนี้ OR พร้อมตอบโจทย์คนเดินทางทุกรูปแบบ ทั้งผู้ที่ต้องการใช้น้ำมันและผู้ที่ต้องการใช้พลังงานประเภทอื่นในอนาคต โดย OR จะยังคงรักษาความเป็นผู้นำใน Oil Ecosystem พร้อมทั้งขยายฐานธุรกิจไปสู่ Energy Solution Ecosystem เพื่อตอบสนองความต้องการทั้งหมดของผู้ขับขี่รถยนต์


2. OR มีแผนที่จะใช้ Crypto Currency หรือไม่

OR อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามจะต้องอยู่ภายใต้การปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด


3. ทิศทางการเติบโตใน 4Q/2564 เมื่อเทียบกับ 3Q/2564 เป็นอย่างไร

แนวโน้มของ 4Q/2564 มีปัจจัยบวกจากการที่ภาครัฐเปิดประเทศ สถานการณ์ COVID-19 ในไทยดีขึ้น มีความคืบหน้าในการกระจายวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 รวมถึงปลายปีเป็นช่วงเทศกาลที่ผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอย ประกอบกับมีการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว และมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น จึงคาดว่าปริมาณการขายทั้ง Oil และ Non - oil ดีขึ้น แต่ก็มีปัจจัยกดดันในเรื่องราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ margin oil มีแนวโน้มจะอ่อนตัวลง

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยและทั่วโลกก็ยังเผชิญกับความไม่แน่นอนของการกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ OMICRON ซึ่งทาง OR ก็มีแผนการรับมือทางธุรกิจเกี่ยวกับความไม่แน่นอนดังกล่าว ผ่านแผนการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ (Business Continuity Management หรือ BCM)


4. แนวโน้มค่าการตลาดใน 4Q/2564 เมื่อเทียบกับ 3Q/2564 และค่าการตลาดที่เหมาะสมของธุรกิจน้ำมันควรเป็นเท่าใด

ค่าการตลาดใน 4Q/2564 น่าจะอ่อนตัวลง เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว

ค่าการตลาดโดยปกติของ OR อยู่ในช่วงประมาณ 0.80 – 1.30 บาทต่อลิตร


5. ขอทิศทางราคาน้ำมันดิบ ปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน และเป้าหมายรายได้ ในปี 2565

แนวโน้มราคาน้ำมันในปี 2565 โดยในกลุ่ม ปตท.มองว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เฉลี่ยปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 65 USD/BBL

ทั้งนี้ ทางกลุ่ม ปตท. มีการทบทวนประมาณการอย่างสมำเสมอเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์

สำหรับปริมาณขายน้ำมันในปี 2565 คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวหลังรัฐบาลมีนโยบายเปิดประเทศตั้งแต่ 1 พ.ย. โดยเทียบเคียงได้กับ Pre COVID-19 ยกเว้นในกลุ่มน้ำมันอากาศยาน ซึ่งปีหน้า คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับช่วง Pre COVID-19


6. ขอรายละเอียดงบลงทุน และ แผนดำเนินการ M&A ในปี 2565

OR มองหาโอกาสในการลงทุนและการสนับสนุน Synergy ร่วมกันกับ Startup และ SMEs เพื่อต่อยอดธุรกิจจากจุดแข็งของ OR ไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย PTT station ทั่วประเทศรวมถึงธุรกิจ Non-Oil อย่าง คาเฟ่ อเมซอน และแบรนด์ F&B ต่างๆ ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ เรามีการร่วมลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความหลากหลายของประเภทของอาหารและเครื่องดื่ม โดยในอนาคต OR จะขยาย Portfolio ไปที่ธุรกิจในกลุ่ม Health & Wellness และ Tourism ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจหลักและลูกค้าในปัจจุบัน เช่น อาหารออร์แกนิก ฟิตเนส และอื่นๆ โดย OR ต้องการก้าวไกลกว่าธุรกิจน้ำมัน พร้อมกับการเติบโตไปด้วยกันกับพันธมิตร สังคมชุมชน และสิ่งแวดล้อม

สำหรับแผนการลงทุนปี 2565 อยู่ระหว่างการนำเสนอบอร์ด OR ที่จะพิจารณาในเดือนนี้


7. ขอขนาดและรายละเอียดของ Deal ที่ ORZON จะลงทุน

ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ในขณะนี้ ต้องขอปิด Deal ให้สมบูรณ์ก่อน ORZON มีนโยบายลงทุน ในธุรกิจ startup ในช่วง Early stage โดยจะเน้นไปที่ธุรกิจใหม่ๆ ภายใต้กรอบ Mobility & Lifestyle อาทิ Smart Retail, Mobility, Energy, Food and Beverage, Travel, Health and Wellness และ Information Technology เพื่อต่อยอดธุรกิจของ OR


8. แผนการขยายสาขาของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศเดิม และประเทศใหม่ๆ

ในปี 2564 กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ มีแผนการขยายสถานีบริการ จำนวน 43 สถานี และคาเฟ่ อเมซอน จำนวน 46 สาขา นอกจากนี้ยังมีร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ Jiffy จำนวน 5 สาขา

ณ ปัจจุบัน OR มีธุรกิจใน 10 ประเทศ ซึ่งการขยายธุรกิจไปในประเทศใหม่ๆ OR จะใช้ประโยชน์จากแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ความเชี่ยวชาญ และเป็นที่ยอมรับ เพื่อนำไปปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในแต่ละประเทศ รวมถึงแสวงหาโอกาสที่เหมาะสมในการเข้าซื้อกิจการ (M&A) และ/หรือ การร่วมทุน (JV) ในต่างประเทศ ซึ่งประเทศที่เราสนใจและกำลังศึกษาความเป็นไปได้ อาทิ อินโดนีเซีย เป็นต้น


9. แหล่ง Source of Fund ของ OR และแผนระดมทุนใน ปี 2565

OR มีแหล่งเงินทุนจากการ IPO ซึ่งแผนการใช้เงินดังกล่าวเพื่อขยายเครือข่ายทั้ง oil และ non-oil ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ OR ยังมีกระแสเงินสดที่ได้รับจากการดำเนินงาน ซึ่งนำมาใช้สำหรับ Opportunity ในการ M&A และการร่วมทุน

ปัจจุบัน OR ยังไม่มีแผนที่จะระดมทุนเพิ่มเติม


1. OR ได้รับผลกระทบกับค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงบ้างหรือไม่

เนื่องจาก OR ซื้อ-ขายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นรายการที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศของ OR มีน้อยมาก ที่ระดับต่ำกว่า 10% และไม่มีเงินกู้ที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ ดังนั้นผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อ OR ค่อนข้างน้อย รวมทั้ง OR ก็มีการบริการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนโดยปิดความเสี่ยงจากธุรกรรมการค้ามากกว่า 90%


2. ปริมาณการเติมน้ำมันในไตรมาส 3 นี้ เป็นอย่างไร และประเมินผลงานครึ่งปีหลังไว้อย่างไร รวมทั้งคาดการณ์ผลการดำเนินงานในปีนี้เติบโตเท่าไหร่

ผลการดำเนินงานของ OR โดยหลักสอดคล้องกับอัตราการเติบโตของประเทศ โดยในไตรมาส 3 นี้มีการควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ, lockdown เข้มข้นในบางพื้นที่ จากตัวเลข 2 เดือนแรกในไตรมาส 3 ของปี 2564 ปริมาณการเติมน้ำมันลดลงในกรอบประมาณ 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลังมองว่าหากมีการผ่อนคลายมาตรการ และเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวได้ กิจกรรมทางการค้ากลับมาฟื้นตัวก็น่าจะปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีความท้าทายในหลายเรื่องเช่นการฉีดวัคซีนได้จนถึงระดับภูมิคุ้มกันหมู่( Herd immunity ) จะเกิดขึ้นได้เมื่อไร, การควบคุมการติดเชื้อ


3. ขอรายละเอียดโรงงานเบอเกอร์รี่ และช่วยอธิบายประโยชน์ของโรงงานนี้ต่อธุรกิจของ OR

เนื่องจากปัจจุบัน OR รับ Bakery จาก SMEs เข้ามาจำหน่ายในร้าน Café amazon ดังนั้นเพื่อให้สสินคค้าในร้านมีความเป็นมาตรฐาน และ OR สามารถควบคุมคุณภาพ และต้นทุนเองได้ จึงเป็นโอกาสในการรักษาระดับ Margin ที่ต้องการได้ในระยะยาว รวมทั้ง OR ตั้งเป้าในการเพิ่ม Ticket size ในส่วนของ non-drink portion จาก 9% เป็น 13% ในระยะกลาง ดังนั้นเราเชื่อว่าการที่เรามีโรงงานเบอเกอร์รี่ เองจะสามารถทำให้เราสามารถดำเนินการได้ตามเป้าที่วางไว้ และOR ยังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตไปร่วมกับ SMEs โดยโรงงานเบอเกอร์รี่จะsupply 30-40% ของสสินค้าทั้งหมดในร้าน Café amazon.


4. How does higher oil prices help OR? Isn't this a cost pass through business where you only make money from higher volumes?

The oil retail price is a cost-plus model. The higher oil price does not directly translate to the margins we receive. Our oil margin is in the range between THB 0.80-1.20/litre. We recommend investors include inventory gain / loss when deriving our margin because it's one of the factors we consider when we adjust the pump price.


5. For inorganic growth, which food business niche would you find interesting? (Meat substitutes like beyond meat)

We have many deals, both F&B and non F&B businesses, which are under discussion. We are open to exploring all opportunities related to the mobility and lifestyle ecosystems.


6. Is there any chance for us to acquire small electric vehicle battery technology to speed up our EV BUSINESS?

Currently, the adoption of EVs is still low. According to the Electric Vehicle Associate of Thailand, the number of battery EVs and Hybrid EV/Plug-in Hybrid EV account for less than 2% of the total registered passenger cars in Thailand. We closely monitor the growth of EV technology and believe that we are well-prepared to meet future demand. We also look for partnerships for the EV charging technology to strengthen our mobility platform. We also developed mobile application for our EV charging station, which provides convenience for our customers in locating our EV stations while allowing us to study the behavior of EV users.


7. OR มีการทำธุรกิจตามเทรน new S-curve อย่างไรบ้าง

กลยุทธ์การลงทุนของ OR จะลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องและตอบโจทย์ Mobility และ Life style เพื่อต่อยอดในธุรกิจปัจจุบันที่ OR ดำเนินการอยู่รวมถึงแนวโน้มธุรกิจที่ให้สำคัญต่อเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ซึ่งการลงทุนในกลุ่ม Flash ที่ดำเนินธุรกิจ Logistic และรับส่งพัสดุ เป็นตัวอย่างหนึ่งของ new S-curve ที่ดำเนินการเพื่อช่วยสร้างให้มีจำนวนคนเข้า Ptt station มากขึ้น รวมทั้งเริ่มมี Synergy ร่วมกันให้เห็นในหลายๆด้าน นอกจากนั้นการลงทุนใน Care for car Orbit Digital เป็นการลงทุนที่พัฒนา Platform Application ต่างๆ มาต่อยอดธุรกิจในปัจจุบัน


8. ขอภาพ การบริหารจัดการพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน ให้เป็น one stop service จะช่วยเพิ่มรายได้ให้ OR ระยะยาวได้ย่างไร ในสัดส่วนเท่าไหร่

เราจะนำเสนอ products & services mix ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เพื่อให้สามารถเลือกที่จะเข้ามาใช้บริการใน ptt station และ Charge รถไปด้วย

สำหรับการเพิ่มรายได้นั้นปัจจุบันเรามี Model รายได้ในส่วนของพื้นที่เช่าในรูปแบบ GP sharing


9. การขยายสาขาร้านกาแฟอเมซอนหลายร้อยสาขาในแต่ละปี ในด้านวัตถุดิบกาแฟมีเพียงพอแค่ไหน

OR ใช้วัตถุดิบจากเกษตรที่ปลูกกาแฟในประเทศไทย 100% และเชื่อว่าจากปริมาณการผลิตเมล็ดกาแฟในประเทศต่อปี เทียบกับความต้องการกาแฟ สำหรับร้า Café Amazon ของเรานั้น ปริมาณเมล็ดกาแฟจากแหล่งในประเทศไทยจะสามารถรองรับได้อีกในระยะกลาง ที่ 3-5 ปี ข้างหน้า


10. รบกวนอัพเดตแผนการใช้เงินจาก IPO และแผนดำเนินการ M&A ไม่ทราบว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง และสามารถเห็นการประกาศในปีนี้หรือไม่

OR ให้ความสำคัญกับ Non-oil ที่มีอัตรา Margin สูง โดย OR ได้ตั้ง CAPEX plan 5 ปี จำนวน 74,600 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นส่วนของธุรกิจน้ำมัน 34.6%, ธุรกิจ Non-oil 28.6%, ธุรกิจต่างประเทศ 15% และธุรกิจอื่น (New S-curve) 15% หาก OR สามารถลงทุนได้ตามแผน 5 ปี นี้สัดส่วนของ EBITDA ของ OR จะเปลี่ยนเป็น ธุรกิจน้ำมันประมาณ 50 – 52% %, ธุรกิจ Non-oil ประมาณ 30 – 33%%, ธุรกิจต่างประเทศประมาณ 13-15% และธุรกิจอื่น (New S-curve) ประมาณ 5% สำหรับแผนการ M&A หรือการลงทุนในปีนี้ OR และอยู่ระหว่างการหารือซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้


11. ทีมบริหารมีแผนจะเข้าไปร่วมลงทุนในธุรกิจค้าปลีกทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไร

สำหรับการร่วมทุนในส่วนของธุรกิจ Non-oil ในประเทศเรามีหารือและแผนการเข้าร่วมลงทุนโดยส่วนใหญ่จะเป็น F&B สำหรับการร่วมทุนในต่างประเทศนั้นก็มีทั้ง F&B และ Non-F&B