ผลการดำเนินงานของธุรกิจ

( ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2563 )
PTT Stations
3,334
Stations
Café Amazon
3,575
Outlets
Convenience Store
2,027
Outlets
หมายเหตุ: จำนวนรวมในประเทศและต่างประเทศ
2563 หน่วย: ล้านบาท
ธุรกิจน้ำมัน 396,708.00 90.9
ธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่นๆ 16,867.00 3.9
ธุรกิจต่างประเทศ 21,361.00 4.9
ธุรกิจอื่น ๆ 1,609 0.4
รวม 428,804.00
2563 หน่วย: ล้านบาท
ธุรกิจน้ำมัน 12,145.00 68.9
ธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่นๆ 4,495.00 25.5
ธุรกิจต่างประเทศ 861.00 4.9
ธุรกิจอื่น ๆ 121 0.7
(หัก) รายการระหว่างกัน -3 0.000
รวม 17,619.00
กำไรสุทธิ อัตรากำไรสุทธิ
2560 12,671.1 2.3%
2561 9,493.1 1.6%
2562 10,895.8 1.9%
2563 8,791 2.0%

หน่วย: ล้านบาท

OR เป็นบริษัทแกนนำ (Flagship) ของกลุ่ม ปตท. ในการดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) อย่างผสมผสานกัน ซึ่งรวมถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในตลาดค้าปลีกและตลาดพาณิชย์ ธุรกิจกาแฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ ร้านสะดวกซื้อ และการบริหารจัดการพื้นที่เข้าด้วยกัน ทั้งนี้ ด้วยแบรนด์ต่าง ๆ ของ OR ซึ่งเป็นที่นิยม เช่น แบรนด์สถานีบริการน้ำมัน “ptt station” ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ไปจนถึง “คาเฟ่อเมซอน” ซึ่งเป็นแบรนด์กาแฟชั้นนำของประเทศไทย สามารถแสดงให้เห็นว่า OR สร้างธุรกิจที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าของ OR ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย OR เชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนการเติบโตของ OR ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจน้ำมัน

OR เป็นผู้ค้าปลีกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมชั้นนำของประเทศไทยซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณร้อยละ 41.9 เมื่อพิจารณาจากปริมาณจำหน่ายน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 จากข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 OR มีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันจำนวน 1,968 แห่งทั่วประเทศ และ OR ยังดำเนินธุรกิจศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto จำนวน 56 แห่งในประเทศไทย ซึ่งให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นและระบบของเหลวในรถยนต์ ซ่อมบำรุงรักษาแบบเบา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์หล่อลื่นให้แก่ผู้ใช้ยานยนต์ นอกจากนี้ OR ยังเป็นผู้นำในตลาดพาณิชย์สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน น้ำมันเตาสำหรับเรือขนส่งและภาคอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น และก๊าซปิโตรเลียมเหลวในประเทศไทย (อ้างอิงจากปริมาณจำหน่าย จากข้อมูลของ Wood Mackenzie ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562) ทั้งนี้ OR มีลูกค้าตลาดพาณิชย์ทั้งหมดมากกว่า 2,600 ราย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 โดยกลุ่มธุรกิจน้ำมันของ OR มีรายได้ (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) คิดเป็นร้อยละ 91.1 และร้อยละ 90.8 ของรายได้ทั้งหมด (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) ของ OR และมีกำไรขั้นต้น (ก่อนหักรายการระหว่างกัน และก่อนหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) คิดเป็นร้อยละ 70.1 และร้อยละ 68.7 ของกำไรขั้นต้นทั้งหมด (ก่อนหักรายการระหว่างกัน และก่อนหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) ของ OR และมี EBITDA (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) คิดเป็นร้อยละ 70.6 และร้อยละ 68.7 ของ EBITDA ทั้งหมด (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) ของ OR สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 และงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 ตามลำดับ

ธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่นๆ (Non-Oil)

OR ยังเป็นผู้ค้าปลีกชั้นนำที่ดำเนินการร้านกาแฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และร้านสะดวกซื้อในประเทศไทย โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 เครือข่ายของ OR ประกอบไปด้วยร้านคาเฟ่อเมซอนจำนวน 3,168 ร้าน ซึ่งจำหน่ายกาแฟและเครื่องดื่มอื่นๆ ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ และอาหารว่าง ร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ จำนวน 319 ร้าน ซึ่งจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ที่ OR ได้รับสิทธิอนุญาตแต่ผู้เดียวในประเทศไทย ได้แก่ “เท็กซัส ชิคเก้น” แบรนด์ที่ OR ได้รับสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์ในประเทศไทย ได้แก่ “ฮั่วเซ่งฮงติ่มซำ” และแบรนด์ที่ OR เป็นเจ้าของ ได้แก่ “เพิร์ลลี่ ที” และร้านสะดวกซื้อจำนวน 1,960 ร้าน ซึ่งจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าพื้นฐานที่หลากหลายภายใต้แบรนด์ “จิฟฟี่” ที่ OR เป็นเจ้าของ และ แบรนด์ “7-Eleven” ตามเงื่อนไขของสัญญาหลักความร่วมมือแต่เพียงผู้เดียวกับซีพีออลล์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านร้านค้าที่ตั้งอยู่ในสถานีบริการภายในเครือข่ายของ OR และยังมีการจำหน่ายที่ร้านค้านอกสถานีบริการด้วย นอกจากนี้ OR ยังให้บริการการบริหารจัดการพื้นที่ อันประกอบไปด้วยการให้บริการเช่าพื้นที่และบริการอื่น ๆ แก่ร้านค้าภายใต้แบรนด์ในประเทศไทยซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างดี เช่น “Black Canyon” “Chester’s Grill” “S&P” “The Pizza Company” “เจ้าสัว” เป็นต้น และร้านค้าภายใต้แบรนด์จากต่างประเทศซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างดี เช่น “A&W” “Burger King” “KFC” “McDonalds” เป็นต้น เพื่อให้บริการภายในสถานีบริการน้ำมันของ OR และในพื้นที่เช่าอื่นที่อยู่ภายใต้การบริหารของ OR เช่น จุดแวะพักระหว่างการเดินทาง (Rest Area) เป็นต้น กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) มีรายได้ (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) คิดเป็นร้อยละ 2.9 และร้อยละ 3.8 ของรายได้ทั้งหมด (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) ของ OR และมีกำไรขั้นต้น (ก่อนหักรายการระหว่างกัน และก่อนหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) คิดเป็นร้อยละ 25.0 และร้อยละ 26.0 ของกำไรขั้นต้นทั้งหมด (ก่อนหักรายการระหว่างกัน และก่อนหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) ของ OR และมี EBITDA (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) คิดเป็นร้อยละ 25.0 และร้อยละ 25.1 ของ EBITDA ทั้งหมด (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) ของ OR สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 และงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 ตามลำดับ

ธุรกิจต่างประเทศ

OR ยังมีการดำเนินธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ กัมพูชา และลาว โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 ธุรกิจต่างประเทศของ OR ในประเทศดังกล่าวประกอบไปด้วยสถานีบริการน้ำมันจำนวน 327 แห่ง ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto จำนวน 4 แห่ง ร้านคาเฟ่อเมซอนจำนวน 247 ร้าน และร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่จำนวน 86 ร้าน (ไม่รวมร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ 1 แห่งในประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นร้านที่ดำเนินการในช่วงทดลองตลาด) OR มุ่งมั่นจะขยายธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ในต่างประเทศ โดยกลุ่มธุรกิจต่างประเทศของ OR มีรายได้ (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) คิดเป็นร้อยละ 5.7 และร้อยละ 5.1 ของรายได้ทั้งหมด (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) ของ OR และมีกำไรขั้นต้น (ก่อนหักรายการระหว่างกัน และก่อนหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) คิดเป็นร้อยละ 4.7 และร้อยละ 5.0 ของกำไรขั้นต้นทั้งหมด (ก่อนหักรายการระหว่างกัน และก่อนหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) ของ OR และมี EBITDA (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) คิดเป็นร้อยละ 4.2 และร้อยละ 7.8 ของ EBITDA ทั้งหมด (ก่อนหักรายการระหว่างกัน) ของ OR สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 และงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 ตามลำดับ